ปัญหาส่งเมลล์ mail ไม่ถึง hotmail yahoo gmail free mail ต่างๆ

April 8th, 2008

ปัญหานี้คงได้เจอกันบ่อยๆน่ะครับ สำหรับ Web Hosting หรือ ผู้ให้บริการต่างๆ รวมไปถึงคนทั่วไปที่ส่งเมลล์ ไปหา hotmail.com , yahoo.com, yahoo.co.th, gmail.com ที่ส่งไปอย่างไรบางทีก็ถึง บางทีก็ไม่ถึง ทำให้หงุดหงิดไปตามๆกันครับ ซึ่งไม่รู้ว่าจะหาสาเหตุใดๆมาลองกัน ทำทุกวิธีทางแล้วก็ยังส่งไม่ถึงอยู่ดี หรือไม่ก็เข้า folder junk mail อีก เฮ้อ!! เหนื่อยครับ ผมก็ลองมาเกือบหมดแล้วครับ ทั้ง SPF , Check IP Blacklist , เปลี่ยน Mail server , นำตัวกรอง Spam ใหม่ๆ เพื่อคิดว่าทางปลายทางจะพิจารณาบ้าง ซึ่งผลสุดท้ายที่ได้คือ ยังเข้า folder junk mail หรือถ้าแบบแย่ๆ ก็คือหายไปเลยครับ ซึ่งผมได้ไปตรวจ log file ของ Mail Server ปรากฏว่า hotmail ได้รับ email ของเราไปเรียบร้อยแล้วครับ แต่มันได้หายไป 555 ตลกมากเลยครับ ผมว่า Server ของทาง Hotmail คงลบ mail ผมทิ้งไปเลย ซึ่งผมก็งงมากครับ ว่าทำไม Free mail จึงเป็นแบบนี้ ไม่มีมาตราฐานอะไรเลย ผมทำตามกฏทุกอย่าง แต่คิดว่า น่าจะมี Algorithm บางอย่างที่ทำให้ Domain รวมไปถึง IP ที่ส่งจาก Mail Server ถูกลบทิ้งไปเลย และไม่ Report มาที่ Log file ด้วย

แต่อย่างไรก็ตามผมก็ได้ค้นพบการส่งหา hotmail yahoo gmail ได้สำเร็จครับ ซึ่งถึง inbox เลยครับ

ถ้าสนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-7326915หรือ 086-3139236 หรือ 086-3139136

Personal firewall มีปัญหากับ Microsoft outlook expressได้เหมือนกันครับ

January 30th, 2008

ปัญหาที่ว่าคือถ้า user ที่ใช้ Microsoft outlook express อาจจะรับส่ง mail ไม่ได้ ปัญหานี้เกิดขึ้นโดยคุณสามารถ check ทาง command line ได้ครับ โดยพิมพ์คำสั่ง
telnet  ip-mailserver 25 และ tetlnet ip-mailserver 110 ถ้าไม่สามารถ connect ได้มีอยู่ 2 ประเด็นครับ คือ

1. mail server มีปัญหา หรือ internet มีปัญหาครับ
2. personal firewall มีปัญหาครับ คุณต้องไปยกเลิกครับ

โดยปัญหาที่ผมพบ เพิ่งเจอกับลูกค้าของตัวเองครับ หาสาเหตุไม่เจอเลย คิดว่าเป็นฝั่ง Server หายังไงก็ไม่พบครับ สุดท้ายเป็นกับฝั่ง Client นี่เอง เจ้าตัวปัญหา Personal firewall นี่เองครับ
มีปัญหา เรื่อง mail server สามารถติดต่อได้ที่นี่เลยครับ 02-7326915

mail google หรือ บางทีเรียกว่า google mail ดีอย่างไร

January 18th, 2008

ผมเป็นคนหนึ่งครับที่ติดตั้ง google mail ให้บริษัทตัวเองครับ และบอกต่อเพื่อนๆที่ทำธุรกิจของตัวเอง หรือคนรู้จักแนะนำให้ไปใช้ครับ เพราะว่าอะไร ทำไมผมถึงต้องใช้ เหตุผลหลักๆ ก็คือ ส่ง mail ถึงปลายทางแน่นอนครับ และปัญหาที่ผมพบบ่อยที่สุดคือ การส่ง mail ไปหาที่ hotmail ครับโดยส่วนใหญ่จะไม่ได้รับ หรือรับก็จะไปเข้า junk mail ซึ่งมันทำให้ผมเสียลูกค้าไปหลายรายเลยครับ จึงทำให้ผมต้องหาวิธีส่ง mail ไป hotmail ให้ได้ จนในที่สุดผมก็ค้นพบด้วยตัวเองครับ ผมได้เข้าไป search หาข้อมูลมากมายไม่ว่าจะเป็น website ต่างประเทศ หรือในไทย หรืออีกหลายๆที่ ที่ให้คำแนะนำต่างๆนาๆ บ้างก็ว่า อยู่ที่ Mail server ปลายทางคือ hotmail จะเป็นคนพิจารณาว่าจะให้ email เข้าหรือ ไม่ให้เข้า บ้างก็ว่า เป็นเพราะว่า mail server ของคุณเองติด blacklist หรือเปล่าทำให้ hotmail ไม่รับ mail หรือบ้างก็ด่าว่า hotmail ไปเลยเนื่องจากส่งไป yahoo หรือ gmail ถึงนั่นเอง หรือ บ้างก็ว่า ให้ปลายทางที่เราส่ง email ไปให้ไป accept mail ก่อนถึงจะได้รับ ซึ่งวิธีนี้ผมมองอย่างไรก็เป็นไปไม่ได้ เหมือนผมส่ง email ไปให้ลูกค้า คิดหรือครับว่า ลูกค้าผมจะไป add mail ผมให้เป็น whitelist (email ที่อนุญาติให้ผ่านเข้ามาโดยไม่ต้องตรวจ spam) ซึ่งเป็นไปไม่ได้ครับ ดังนั้นวิธีนี้จึงตกไปแน่นอนครับ ผมได้ลองหลายวิธีมากๆครับ ซึ่งผมก็ได้คำตอบเช่นเดียวกันคือ ส่งไม่ถึงนั่นเอง แต่สุดท้ายผมก็มาจบที่ google mail ครับ ผมสามารถส่ง mail ไปถึง hotmail เข้า inbox เลยครับ และผมไม่เคยพลาด mail ฉบับใดๆของลูกค้าเลยครับ ผมดีใจมากครับ เลยอยากบอกกับทุกๆคนว่า ผมสามารถทำได้ครับ โดยใช้ domain ของคุณเองด้วยน่ะครับ
ถ้าใครสนใจติดต่อผมได้น่ะครับ ที่เบอร์ 083-1236345 ครับ หรือโทรมาที่ 02-7326915 ครับ

spam mail

December 13th, 2007

ทุกวันนี้คนที่ใช้อีเมล์เป็นประจำ หากไม่มองสแปมเมล์ว่าเป็นเรื่องปกติ เห็นทีจะต้องประสาทกินตาย เพราะมีมากันเยอะเหลือ เกิน รายที่หนักๆหน่อยอาจจะรับกันวันละเป็นร้อยฉบับอาจจะโชคดีอยู่บ้างที่โปรแกรมอีเมล์ซึ่งใช้กันทุกวันนี้ สามารถกรองสแปมเมล์ทิ้งได้ระดับหนึ่ง รวมไปถึงพวกที่ใช้เว็บเมล์ทั้งหลายด้วย

มีข้อสังเกตที่น่าสนใจจาก Postini.com เว็บที่เฝ้าติดตามการไหลเวียนของสแปมเมล์แบบเรียลไทม์ พบว่าสัดส่วนของสแปมเมล์ในระยะไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาลดลงเหลือราวๆ 60 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เมื่อสองสามปีก่อนสัดส่วนอยู่ที่ 80 เปอร์เซ็นต์

ถึงแม้ว่าสัดส่วนยังคงเกินครึ่ง แต่ก็ส่อให้เห็น แนวโน้มที่ลดลงของสแปมเมล์กันได้บ้าง ในขณะที่ประเภทของสแปมเมล์ก็เปลี่ยนไป โดยเมล์ชวนเชื่อเกี่ยวกับเว็บลามก, การพนัน และยาปลุกเซ็กซ์ ลดน้อยถอยลง

เมื่อเทียบจากประสบการณ์ส่วนตัวในการรับ สแปมเมล์ ดูเหมือนจะสอดรับกับข้อสังเกตดังกล่าว แต่เฉพาะอีเมล์ต่างประเทศเท่านั้น ทุกวันนี้สแปมเมล์จากต่างประเทศของผมลดน้อยถอยลงจนผิดสังเกต ไม่ว่าจะเป็นเมล์โฆษณาเว็บลามก เว็บการพนัน หรือ ยาปลุกเซ็กซ์ รวมทั้งสแปมเมล์ประเภทอื่นๆ แม้มีอยู่บ้างก็ไม่มากมายมหาศาลเหมือนแต่ก่อน

แต่ในทางตรงกันข้าม สแปมเมล์ที่มีเพิ่มมากขึ้นมากก็คือสแปมเมล์ของคนไทยเรานี่เอง

และส่วนใหญ่เป็นเมล์ขยะที่พยายามเล่นกับกิเลสตัณหาของมนุษย์เป็นหลัก ระยะสแปมเมล์ของไทยที่มีมากๆ มีสองประเภท ประเภทหนึ่งคือ เมล์ล่อคนโลภแต่ขี้เกียจ ต้องการรวยเร็วรวยลัดโดยแทบไม่ต้องทำอะไรก็จะมีรายได้ขั้นต่ำเดือนละเป็นหมื่น โกหกทั้งนั้นละครับ อาชีพที่จะรวยเร็วรวยลัดโดยนั่งอยู่กับบ้านแทบไม่ต้องทำอะไรนั้น ไม่มีอยู่ในโลกนี้เด็ดขาด

อีกประเภทหนึ่งก็คือ เมล์ล่อความอยากหล่ออยากสวยของคน ลดพุง ลดความอ้วน น้ำหนักเกิน หน้าอ่อนใสกว่าวัย ฯลฯ อีเมล์ประเภทนี้ หัวข้ออีเมล์จะตรงไปตรงมา ต่างจากประเภทแรกที่ล่อคนอยากรวยนั้น มีวิธีรังสรรค์หัวข้อเมล์แบบแปลกๆ มาเสมอ เห็นหัวข้อก็รู้แล้วว่าคนพวกนี้ไม่ต่างจากพวก 18 มงกุฎ ที่แท้แล้วเป็นธุรกิจลูกโซ่ที่ตั้งอยู่บนความไม่มีอะไรเลย

ใครหลงเข้าไปกลายเป็นเหยื่อให้เสียรายได้มากกว่าจะรวยตามโฆษณาชวนเชื่อไปเสียอีก

ขึ้นชื่อว่าสแปมเมล์ ที่ส่งมาจากใครที่ไหนก็ไม่รู้นั้น 99.99 เปอร์เซ็นต์ ตั้งใจแหกตาคนรับอยู่แล้วละครับ

ข่าว: ประชาชาติธุรกิจ

ค้นหา mail server ทำอย่างไร

October 17th, 2007

วันนี้จะมาพูดถึงการค้นหา mail server โดยใช้คำัสั่งพื้นฐานง่ายๆครับ

ตัวอย่างครับ

nslookup -q=mx  domainname

คำสั่ง nslookup นั้นเราสามารถใ้ช้ค้นหาเครื่อง mail server ของ domain นั้นๆ ได้อย่างง่ายดายครับ

ซึ่งมันจะ return ค่าเป็น ip mail server มาให้เราครับ ทำให้เราทราบ ip mail server  ปลายทางได้ง่ายดายครับ

ถ้าคุณอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมอีก สามารถดูได้ที่  help ของคำสั่ง nslookup ได้นะครับ

เทคนิค การปลอม email ง่ายมากครับ

October 17th, 2007

ใครๆก็สามารถทำได้ครับ แค่รู้ำคำสั่ง และรู้ smtp server ก็เรียบร้อยแล้วครับ ซึ่งเทคนิคนี้ผมคิดว่า ควรจะเอาไว้ check server ของเราว่า สามารถมีคนมาแอบส่ง spam หรือปลอม email ได้หรือไม่ และไว้ check ว่าเราได้เปิด ralay mail server ไว้หรือเปล่านะครับ

ตัวอย่างนะครับ


HELO test.com

MAIL FROM:test@test.com

RCPT TO: info@thaimailservice.com

Subject: Test Fake email

DATA

Fake email 555

.
QUIT

จากตัวอย่างจะเห็นว่า

1. เริ่มด้วยคำสั่ง helo ครับ แล้วตามด้วยชื่อ domain name หรือ ip mail server (ถ้าเรารู้นะ) ตามด้วย enter

2. คำสั่ง mail from: แล้วตามด้วย ชื่อ email ปลอมครับ กด enter

3.คำสั่ง rcpt to:แล้วตามด้วยชื่อ email ปลายทางครับ กด enter

4. คำัสั่ง subject: ตามด้วยชื่อ หัวข้อ email ครับ กด enter

5.คำสั่ง data หมายถึง จะเริ่มพิมพ์ข้อความ ครับ กด enter

6. คำัส่ง . หมายถึงจบข้อความแล้ว

7. คำสั่ง quit

** ถ้ามี Error เกิดขึ้น แสดงว่าเครื่อง mail server เครื่องนั้นไ่ม่สามารถปลอมได้นะครับ หรือ mail server อาจจะไม่เปิด relay mail server ไว้นะครับ เป็นสัญญาณบอกว่า mail server เราปลอดภัยระดับหนึ่งครับ **

SPF (Sender Policy Framework )

October 17th, 2007

SPF (Sender Policy Framework ) เป็นส่วนเสริมของโพรโตคอลรับ-ส่งอีเมล์
ที่ช่วยให้ระบบเมล์ของผู้รับ สามารถตรวจสอบและปฏิเสธการรับเมล์จากแหล่งที่มีการ
ปลอมแปลงชื่อผู้ส่งได้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว อีเมล์ที่มีการปลอมชื่อผู้ส่งมักจะเป็นสแปม
ทั้งหลายนั่นเอง และเมล์ที่ไม่มีการปลอมแปลงชื่อผู้ส่ง ก็มักจะไม่ใช่สแปม

โดยปกติแล้วโพรโตคอล SMTP จะรับอีเมล์จากผู้ส่งทุกราย ซึ่งง่ายต่อการส่งอีเมล์ขยะ
จากบรรดาผู้ส่งสแปม โดยปลอมแปลงชื่อผู้ส่งเป็นอีกชื่อหนึ่ง ทำให้ยากต่อการตรวจสอบว่า
แท้จริงแล้วเมล์ฉบับนั้นถูกส่งมาจากที่ไหน และสามารถปลอมแปลงชื่อผู้ส่งเป็นบุคคล
ผู้รับให้ความเชื่อถือได้ง่าย เพื่อให้เมล์ฉบับนั้นมีโอกาสถูกเปิดอ่านมากขึ้น

SPF จึงเข้ามามีบทบาทในการกำหนดข้อมูลชนิดพิเศษใน DNS ซึ่งผู้ที่เป็นเจ้าของ
โดเมนสามารถระบุลงไปได้ว่า อีเมล์ที่ส่งจากโดเมนของตน จะถูกส่งออกจากเซิฟเวอร์เครื่องใด
ได้บ้าง เมื่อผู้รับได้รับอีเมล์จากโดเมนดังกล่าว ก็จะตรวจสอบว่าอีเมล์นั้นถูกส่งมาจากหมายเลข
ไอพีที่ระบุไว้จริงหรือไม่ หากไม่อยู่ในรายการไอพีที่ผู้ส่งได้ประกาศไว้ ก็สามารถปฏิเสธการรับเมล์ดังกล่าวได้

ในระบบ Antispam บางระบบอย่าง Spamassassin ไม่ได้ใช้ SPF ในการปฏิเสธการรับอีเมล์
ที่ผิดกฎ SPF โดยทันที แต่ใช้ SPF เป็นเกณฑ์อย่างหนึ่งในการหาค่าความเป็นสแปมของจดหมาย
ซึ่งหากจดหมายฉบับใดตรวจแล้วได้ผลเป็น SPF_PASS ก็จะมีคะแนนความเป็น spam ลดลง
แต่ถ้าจดหมายฉบับได้ได้ผลเป็น SPF_FAIL ก็จะมีคะแนนเพิ่มขึ้น ซึ่งคะแนนนี้จะถูกนำไปรวมกับ
กฎข้ออื่นๆที่ออกแบบไว้ในระบบเพื่อหาคะแนนรวมสุดท้ายเป็นตัวชี้ขาดว่าอีเมล์ฉบับนั้นเป็นสแปมหรือไม่

SPF กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน สินค้า Antispam ทั้งในและต่างประเทศต่างก็นำ SPF เข้ามา
ใช้ในระบบ และโฆษณาให้ผู้ซื้อทราบว่าสินค้าของตนมีเทคโนโลยี SPF นี้อยู่ภายใน อย่างไรก็ดี
จากข้อมูลสถิติในระบบ MailCleaner กลับพบว่า อีเมล์ที่ผ่านการตรวจสอบด้วย SPF กลับเป็น
จดหมายขยะจำนวนมากถึง 3800 ฉบับต่อสัปดาห์ จากอีเมล์ที่ผ่านการตรวจสอบด้วย SPF
จำนวน 1 แสนฉบับต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นอัตราที่มากพอสมควรสำหรับกฎที่มีผลถึงขนาดปฏิเสธการรับอีเมล์
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะผู้ส่งสแปมในประเทศไทยจำนวนไม่น้อย ใช้ฟรีอีเมล์ที่มีการกำหนด SPF
ในการส่งสแปม อีเมล์เหล่านี้จึงมาจากเครื่องเซิฟเวอร์ที่ถูกต้องตามหมายเลขไอพีที่ประกาศไว้
ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้แตกต่างกับผู้ส่งสแปมในต่างประเทศที่ใช้วิธีตั้งเมล์เซิฟเวอร์ขึ้นเองเพื่อใช้
ในการส่งสแปมโดยเฉพาะ การใช้ SPF ในต่างประเทศจึงมีประโยชน์ในการป้องกัน spam
ได้มากกว่า ในประเทศไทย นอกจากนี้เมล์ server ในประเทศไทยจำนวนมากก็ยังไม่ได้
ตั้งค่าใน DNS ในส่วนของ SPF ทำให้เมล์ขององค์กรนั้นๆ มีโอกาสถูกตรวจสอบผิดเป็นสแปม
มากขึ้นอีกด้วย

เพื่อให้ SPF สามารถนำมาใช้งานในประเทศไทยอย่างได้ประโยชน์สูงสุด
การรณรงค์ให้เมล์เซิฟเวอร์แต่ละแห่งตั้งค่า SPF ใน DNS เป็นสิ่งที่ควรกระทำควบคู่ไปกับ
การเข้มงวดกวดขันของผู้ให้บริการฟรีอีเมล์ต่างๆ แต่ในมุมมองของผู้ให้บริการป้องกันจดหมายขยะ
ซึ่งอยู่ในฝั่งผู้รับอีเมล์แล้ว การใช้ SPF แบบเต็มที่ตามก้นฝรั่งยังเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ แต่ควรใช้อย่าง ระมัดระวังโดยการปรับลดความสำคัญของกฎที่เกี่ยวข้องกับ SPF ลงมาในระดับหนึ่ง ให้เหมาะสมกับอัตราความแม่นยำของมัน ณ เวลานี้ หรือเพิ่มข้อกำหนดให้ไม่คิดคะแนน SPF ให้กับเมล์ที่มาจากฟรีอีเมล์ที่มีผู้ใช้ในการส่งสแปม เป็นต้น

ที่มา http://www.mailcleaner.in.th

ระบบ Mail Server พร้อมบริการ ติดตั้ง mail

August 14th, 2007

ระบบ Mail Server ของเราแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นๆแน่นอนครับ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Load balance , Backup data Server,  Anti spam Gateway  ทำให้คุณมั่นใจได้ว่า Mail Server ของคุณจะปลอดภัยจากไวรัส และ อีเมลล์ขยะ (spam) ได้อย่างแน่นอน รวมไปถึง ปัญหาหลักๆที่สำคัญที่สุดคือ การได้รับ Email สำคัญๆจากลูกค้าแน่นอนครับ
ซึ่งทางเราใส่ใจกับปัญหานี้อย่างมากครับ เพราะว่าผู้ให้บริการรายอื่นๆ จะทำการกรอง email ฉบับนั้นแล้วทำการ reject email นั้นทิ้งทันที โดยที่ไม่ได้ตรวจสอบว่าเป็น email ของลูกค้าคุณหรือไม่ หรือเครื่องลูกค้าของคุณอาจจะติดไวรัสก็ได้ ดังนั้นเราจะไม่ทำการ reject email ทิ้งอย่างเดียวครับ แต่จะมีการให้คะแนน ในการตัดสินใจว่าควรจะ reject email นั้นทิ้งหรือไม่ครับ โดยจะใช้ Algorithm ที่ช่วยในการตัดสินใจ ซึ่งกระบวนดังกล่าวเชื่อใจได้ครับ เพราะว่าเป็นมาตราฐานเดียวกันครับ ต่อให้เครื่องลูกค้าคุณติดไวรัส แต่ลูกค้าของคุณส่ง email order สั่งของมาหาคุณ คุณก็ยังจะได้รับ email ฉบับนั้นอยู่ครับ แต่ถ้าหากเป็นไวรัสของเครื่องลูกค้าที่แอบส่ง email ลูกค้าออกมาโดยที่ลูกค้าของคุณไม่รู้ Mail Server ของเราก็จะทำการ reject ครับ ดังนั้นคุณไม่ต้องห่วงเรื่องการพลาด email จากลูกค้าของคุณครับ
- การสำรองข้อมูล ระบบ Mail Server ของเรามีการ Backup ข้อมูลของคุณในกรณีที่ Mail ใน inbox ได้หายไปครับซึ่งอาจจะเกิดจากความผิดพลาดของ User หรือ ความผิดพลาดของ Software ก็ตาม โดยที่ทางเราจะทำการ restore ข้อมูลของท่านโดยเราจะทำการ Backup Data ให้ทุกวันครับ

- การกระจาย load เพื่อแบ่งเบาภาระของ server ( Load Balance ) ระบบ Mail Server ของเราได้มีการทำ Round Robin DNS เพื่อที่จะกระจาย load ในกรณีที่ Mail Server เครื่องหนึ่งทำงานหนัก เพราะว่าผู้ให้บริการ Web Hosting ทั่วไปจะติดตั้ง Mail Server ให้เพียงเครื่องเดียวครับ แต่ทางเราจะมี Server หลายๆตัวที่จะแบ่ง load ดังกล่าวครับ
- Hardware Server ของเราได้เลือก Dell 1750 (Raid 5) Ram 4 G ซึ่งเป็น ชั้นนำทางด้าน Server ดังนั้นหมดห่วงเรื่อง Hardware ได้ครับ
ด้วยประสบการณ์การดูแล Mail Server มาถึง 5 ปี ทีมงานของเราจึงหวังว่า คุณจะตัดสินใจเลือกบริการกับเราครับ
โทรหาเราวันนี้ ทดลองใช้งานฟรีครับ 086-3139236  หรือ 086-3139136  ครับ

คำบอกเล่า
- ใช้บริการ Mail Server กับที่นี่มา 4 ปีแล้วค่ะ mail ไม่เคยล่มเลยค่ะ เห็นคนอื่นบอกว่า ที่อื่น mail มีปัญหาบ่อยมากๆ แต่ที่นี่ไม่เคยมีเลยค่ะ ชอบบริการที่นี่มากค่ะ โดยชอบเวลาจะทำการปรับปรุงระบบจะแจ้ง email บอกล่วงหน้าตลอดค่ะ
(คุณปาล์ม Manager  www.srimongkol.com)
- ผมใช้บริการที่นี่มา 5 ปีแล้วครับ แต่ก่อนพนักงานมีแค่ 3 คน ตอนนี้มีถึง 30 คนแล้วครับ ทำเกี่ยวกับ รับเหมาก่อสร้าง ครับผม จะบอกให้ครับว่า email นั้นสำคัญมากๆเลยล่ะครับ เวลาติดต่อกับ สมาชิกของเราครับ ส่งข่าวสารข้อมูล promotion ต่างๆ เยี่ยมจริงๆครับที่นี่ Thaimailservice.com
(คุณเบี้ยว IT Manager บริษัท บ้านสวยแอสเซส)
- ดิฉันเริ่มใช้บริการที่นี่ได้เพียง 6 เดือนค่ะ บริษัทเราทำเกี่ยวกับ Agency ค่ะ แต่ก่อนใช้บริการ Web Host ทื่อื่นแล้วเค้าจะแถม mail มาให้ แต่ใช้ไปก็ล่มประจำ บางทีก็ส่ง email ไม่ถึงลูกค้าเลย  ตั้งแต่เปลี่ยนบริการมาใช้บริการที่นี่ ไม่เคยมีปัญหาเลยค่ะ เลยเข้าใจค่ะว่า การให้ผู้มีประสบการณ์ดูแลเกี่ยวกับ Mail นั้นดีกว่ามากๆเลยค่ะ
(คุณฝ้าย Manager บริษัท Party Design )
- ผมชอบบริการ เวลามีปัญหาโทรไปจะมีเจ้าหน้าที่อธิบายให้อย่างเข้าใจอย่างละเอียด แต่ก่อนไม่เคยรู้เรื่อง ip blacklist หรือ วิธี check mail เบื้องต้นเวลา mail มีปัญหาที่เครื่องเราก่อน  เจ้าหน้าที่บริการดีมากครับ อธิบายง่ายๆเข้าใจง่ายๆครับ
จาก ( คุณบอม IT Manager บริษัท Fiber Optic Network )

ขอบพระคุณทุกคำอวยพร ที่ทำให้เรามีกำลังในการทำงานต่อไปครับ ขอบคุณครับ

คุณเคยเจอปัญหาเหล่านี้ กับ Mail Server ของคุณบ้างไหม

August 14th, 2007

คุณเคยเจอปัญหาเหล่านี้  กับ Mail Server ของคุณบ้างไหม
1. ส่ง
Email ติดต่อลูกค้าแล้วลูกค้าไม่ได้รับ

2. ส่ง Email ถึงช้ามากๆ ในขณะที่ ส่งจาก Free mail เช่น hotmail
หรือ yahoo หรือ gmail ลูกค้ากลับได้รับแล้ว แต่ทำไมลูกค้าที่เราส่ง Email
จาก Mail Server ของเรายังไม่ได้รับอีก

3. Attach file ช้ามากๆ

4. Email หายไปหมดใน  Inbox แล้วจะทำไงดี

5. รับ Email ใน outlook ช้ามากๆ

ถ้าคุณเจอปัญหาต่างๆเหล่านี้ถึงเวลาแล้วที่คุณจะใช้บริการของเรา ThaiMailService.com

เราพร้อมจะช่วยเหลือคุณ เพียงโทรมาปรึกษาเราได้ที่ (02) 7326915
(02)
7338662-3 ทีมงานของเรามีประสบการณ์ทางด้าน  Mail Server กว่า 5 ปี
ดูแลลูกค้ากว่า 1500 ราย

ทดสอบการใช้งานได้ฟรีครับ !!!

security mail antispam mail server

August 14th, 2007

ถ้าคุณสนใจบริการของเรา โทรมาปรึกษาเราได้ครับ (02) 7326915

มีอะไรบ้างที่แฮกเกอร์อีเมล์รู้ว่าคุณไม่รู้!

 

แฮกเกอร์มีหลากหลายวิธีที่สามารถค้นหาช่องโหว่ของระบบ หนึ่งในช่องโหว่ใหญ่ที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นอีเมล์ที่แฮกเกอร์พยายามสรรหาวิธีการผ่านเข้าสู่ระบบและยังใช้เครื่องมือต่าง ๆ เข้ามาช่วยเพื่อให้งานของแฮกเกอร์ง่ายลงจากเดิม ปัญหาอยู่ที่ว่าในเมื่อองค์กรจำเป็นต้องมีการติดต่อผ่านทางอีเมล์ทุกวัน วันละจำนวนไม่น้อย แล้วเราจะปลอดภัยจากแฮกเกอร์แค่ไหนกันเชียว ลองมาดูกันว่าผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องเอาใจใส่กับเรื่องของความปลอดภัยมากแค่ไหน ถึงจะมั่นใจได้บ้างว่าระบบในองค์กรที่ดูแลอยู่นั้นปลอดภัยเพียงพอ

 

 

ความท้าทายต่อความปลอดภัยอีเมล์

 

ระบบอีเมล์อย่างเช่น Microsoft Exchange, Lotus Notes และ GroupWise ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์เดียว รับส่งเมล์ให้มากที่สุด รวมถึงวางเส้นทางการรับส่งเมล์นั้นให้มีประสิทธิภาพมากเท่าที่จะทำได้ ซึ่งก็เป็นความสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัย อีเมล์กลายเป็นเครื่องมือสื่อสารทางธุรกิจที่ถูกนำมาใช้งานแพร่หลายมากที่สุดในโลก และการใช้งานมันจะยังคงมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่จริงแล้ว ปริมาณอีเมล์ที่รับส่งทั่วโลกในปัจจุบันนั้นมีมากกว่า 50 ล้านข้อความต่อวัน และคาดว่าในปี 2008 ปริมาณดังกล่าวจะเพิ่มเป็นสองเท่า

 

 

ความนิยมที่เติบโตอย่างต่อเนื่องรวดเร็วของอีเมล์ทำให้มันตกเป็นเป้าหมายที่ดึงดูดมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับใครก็ตามที่จ้องสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะทำด้วยความพอใจผิดๆ ส่วนตัว หรือเพื่อผลประโยชน์ทางการเงิน แฮกเกอร์อีเมล์รายแรกๆ พบช่องโหว่ง่ายๆ ในระบบปฏิบัติการและในโพรโตคอลสแต็คของระบบอีเมล์ จึงได้ฉวยโอกาสทำประโยชน์จากจุดอ่อนดังกล่าวเหล่านี้ อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน เหล่าแฮกเกอร์และนักสร้างไวรัสนั้นได้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่พัฒนารูปแบบวิธีการที่สร้างสรรค์แบบใหม่ออกมาเรื่อยๆ เพื่อเอาชนะการพัฒนาการของระบบรักษาความปลอดภัยต่างๆ ที่มีในปัจจุบัน เกมส์แมวจับหนูยังคงดำเนินไปอย่างไม่สิ้นสุดง่ายๆ ด้วยการปรับปรุงเทคนิคในเชิงตั้งรับทำให้แฮกเกอร์และนักสร้างไวรัสปรับแต่งแท็คติกในความพยายาม
หลีกเลี่ยงการป้องกันเหล่านี้แล้วเข้าไปสร้างความเสียหายแก่เครือข่ายองค์กร

 

 

ช่องโหว่ของระบบอีเมล์

 

อีเมล์ได้นำเอาความสะดวกสบายและประสิทธิภาพมาสู่องค์กรอย่างเหลือคณาพอๆ กับที่มันมีช่องโหว่และความเสี่ยงที่ซ่อนเร้นอยู่ดังต่อไปนี้

 

 

 

 

โพรโตคอลสื่อสาร TCP & UDP

 

โพรโตคอลสื่อสารอินเตอร์เน็ตถูกออกแบบให้สามารถเชื่อมโยงการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ อย่างสอดคล้องกัน เป็นผลให้ แฮกเกอร์ค้นหาช่องโหว่ตามธรรมชาติของโพรโตคอลเหล่านี้เข้าโจมตีองค์กร เนื่องจากโพรโตคอล TCP/IP ถูกออกแบบไว้ก่อนหน้าที่จะมีการแฮกเกิดขึ้นอย่างก้าวขวางอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และผลก็คือมีช่องโหว่มากมายกระจายอยู่ในส่วนความปลอดภัยพื้นฐาน

 

 

การโจมตีในระดับแรกเป็นการค้นหาเซอร์วิสที่มีอยู่ในเครือข่ายที่ตกเป็นเป้าหมาย ซึ่งต้องใช้เทคนิคจำนวนมากในการรวบรวมข้อมูลจากเครือข่ายทางไกล ดังเช่น

 

 

Ping Sweeps – เป็นการปิงตลอดขอบข่ายไอพีแอสเดรสขององค์กรเพื่อค้นหาเครื่องที่ทำงานอยู่ สแกนเนอร์ที่ฉลาดๆ จะอาศัยโพรโตคอลตัวอื่นมาช่วยในการค้นหาด้วย (เช่น SNMP sweep)

 

 

TCP Scans – เป็นการค้นหาพอร์ท TCP ที่เปิด (หรือรอรับข้อมูลอยู่) เป็นการค้นหาเซอร์วิสที่นักเจาะระบบสามารถนำไปใช้ การสแกนสามารถใช้วิธีเชื่อมต่อแบบ TCP ทั่วไป หรือการสแกนอย่างลับๆ โดยใช้การเชื่อมต่อแบบ half-open (เพื่อป้องกันจากถูกจับได้ว่าเข้ามา) หรือใช้การสแกนแบบ FIN (ไม่เปิดพอร์ทเลย ทดสอบแต่ว่ามีใครรอรับสัญญาณอยู่หรือไม่)

 

 

UDP Scans – เป็นการส่งขยะแพ็คเกจ UDP ไปยังพอร์ตที่ต้องการ เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนมากจะตอบสนองกลับด้วยข้อความว่า ไม่สามารถเข้าถึงพอร์ทที่อยู่ปลายทางได้ซึ่งรวมทั้งไม่มีเซอร์วิสใดที่กำลังรอฟังสัญญาณอยู่ที่พอร์ทนั้นๆ การสแกนลักษณะนี้ค่อนข้างยากกว่าแบบอื่นเล็กน้อยเนื่องจาก UDP เป็นโพรโตคอลแบบไม่อาศัยการเชื่อมต่อ

 

 

OS Identification – เป็นการบ่งชี้ลักษณะเฉพาะของระบบปฏิบัติการและแอพพลิเคชันต่างๆ โดยส่งแพ็คเกจ TCP โดยระบบปฏิบัติการแต่ละชนิดจะมีการตอบสนองต่อสัญญาณอินพุทซึ่งมีรูปแบบเฉพาะที่แตกต่างกันทำให้แฮกเกอร
์สามารถนำมาใช้พิจารณาได้ว่าเครื่องที่ตกเป็นเป้าหมายนั้นใช้ระบบปฏิบัติการอะไร และมีแอพพลิเคชันใดบ้างที่รันอยู่

 

 

 

 

แฮกเกอร์นั้นสามารถปลอมแปลงข้อมูลไอพีอย่างอิสระโดยไม่สามารถตรวจสอบได้พบ

 

 

มีการโจมตีลักษณะหนึ่งที่อาศัยประโยชน์จากความสามารถในการปลอมแปลง หรือ “Spoof” ค่าไอพีแอดเดรส ขณะที่ค่าแอดเดรสต้นทางซึ่งถูกส่งมากับทุกๆ ไอพีแพ็คเกจ ตามปกติไม่ได้ถูกใช้กำหนดเส้นทางสู่จุดหมายอยู่ ดังนั้นผู้บุกรุกจึงปลอมแปลงค่าแอดเดรสเริ่มต้น ทำให้ผู้บุกรุกสามารถหลอกเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ปลายทางว่าเป็นบุคคลอื่น

 

 

เทคนิค IP spoof ถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีแบบอื่นอยู่บ่อยๆ เช่น SMURFing ที่แอดเดรสต้นทางสำหรับกระจายปิงถูกปลอม ยังผลให้เครื่องจำนวนมหาศาลนั้นปิงกลับมาที่เหยื่อที่มีแอดเดรสดังกล่าวจนตัวมันโอเวอร์โหลดในที่สุด

 

 

LDAP/Active Directory Accessibility

 

องค์กรมากมายต่างก็มีเกตเวย์สำหรับอีเมล์ขาเข้าซึ่งผูกโยงอยู่กับ LDAP หรือไดเร็กทอรีแบบอื่นเพื่อยืนยันความถูกต้องของผู้รับอีเมล์ขาเข้านั้น ถ้าแอดเดรสอีเมล์ขาเข้านั้นมีอยู่จริง อีเมล์ฉบับนั้นก็จะถูกส่งต่อไปที่แอดเดรสนั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าอีเมล์ไม่มีจริง ก็จะตอบกลับไปยังผู้ส่งเพื่อแจ้งว่าไม่มีแอดเดรสนั้นอยู่ แฮกเกอร์ฉวยโอกาสจากความสุภาพของระบบอีเมล์ดังกล่าวในการเข้าถึงแอดเดรสที่มีอยู่จริง พวกเขาจึงปล่อย Directory Harvest Attacks (DHA) ซึ่งเป็นโปรแกรมที่จะคาดคะเนแอดเดรสที่น่าจะเป็นได้ภายในโดเมน และพยายามส่งแมสเสจเข้าไปในโดเมน ในภาวะการณ์เช่นนี้ อีเมล์เกตเวย์จะปฏิเสธแอดเดรสที่ไม่มีจริง ด้วยกระบวนการกำจัดอีเมล์ดังกล่าว ทำให้แฮกเกอร์ สแปมเมอร์ หรือผู้สร้างไวรัสทราบโดยอัตโนมัติว่าแอดเดรสที่ไม่มีการปฏิเสธกลับมาคือที่มีอยู่จริง แล้วจึงเพิ่มมันเข้าไปในฐานข้อมูลแอดเดรสที่เป็นทางการของพวกเขา

 

 

Social engineering

 

โชคไม่ดีที่การไว้เนื้อเชื่อใจกันตามธรรมชาติของมนุษย์ส่วนใหญ่เป็นอันตรายต่อเทคนิค Social Engineering ที่มาจากแฮกเกอร์ ในการโจมตีดังกล่าวนี้ แฮกเกอร์อาศัยเครื่องมือพื้นๆ อย่างเช่น เครื่องมือสืบค้นในอินเตอร์เน็ตเพื่อเสาะหาแอดเดรสอีเมล์ที่มีอยู่จริงภายในองค์กร หลังจากนั้นแฮกเกอร์จะส่งอีเมล์ไปที่แอดเดรสที่รู้แล้วว่ามีจริงเพื่อให้ได้คำตอบกลับมา แฮกเกอร์จะตรวจสอบหัวข้อเรื่องอย่างละเอียดเพื่อสามารถระบุเส้นทางที่เมล์ใช้ภายในองค์กร ข้อมูลเหล่านี้สามารถใช้ในการปรับตั้งค่าการโจมตีในระดับเครื่องหรือทางโทรศัพท์โดยใช้เทคนิคทาง Social Engineering มากขึ้นเพื่อให้ได้ข้อมูลล๊อคอินและพาสเวิร์ด

 

 

 

 

ความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับไฟร์วอลล์ว่าเป็นการป้องกันอย่างพอเพียง

 

ความเข้าใจผิดโดยทั่วไปคือไฟร์วอลล์นั้นสามารถรู้จักและป้องกันการโจมตีทางอีเมล์ได้

 

 

ไฟร์วอลล์ควบคุมการเชื่อมต่อที่เกิดขึ้นในเครือข่ายและตามปกติก็จะปฏิบัติงานอย่างไม่ต้องวิเคราะห์กับการสื่อสาร
ที่ผ่านเข้ามาทางพอร์ทอีเมล์พื้นฐาน (พอร์ท
25) ไปสู่เครือข่าย ผู้ดูแลไฟร์วอลล์ได้เพิ่มกฎเกณฑ์ที่ยอมให้มีการสื่อสารเฉพาะบางประเภทในระดับเครือข่ายผ่านเข้าไปในไฟร์วอลล์ได้ ยกตัวอย่างเช่น ไฟร์วอลล์องค์กรธรรมดาตัวหนึ่งยอมให้การสื่อสารเมล์ผ่านไปโดยไม่มีการขัดขวางแต่อย่างใด ดังนั้นไฟร์วอลล์มักตั้งข้อสมมติฐานว่าการสื่อสารใดๆ ที่ผ่านเข้ามาในพอร์ทที่ 25 เป็นอีเมล์จริงๆ ข้อสมมติฐานดังกล่าวเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรงที่ทำให้แฮกเกอร์อาจจะอาศัยพอร์ท 25 ในการโจมตี อันอาจจะนำไปสู่การยกเลิกการป้องกันใดๆ ทั้งหมดในไฟร์วอลล์ก็เป็นได้

 

 

 

 

แฮกเกอร์โจมตีได้อย่างไร

 

เมล์เซิร์ฟเวอร์ที่มีใช้อยู่ในองค์กรปัจจุบันนั้นมีหลากหลายรูปแบบ บ้างก็เลือกประสิทธิภาพ ราคา ชื่อเสียง หรือด้วยเหตุผลอื่นๆ อีกมากมาย เซิร์ฟเวอร์อย่างเช่น Lotus Notes และ Microsoft Exchange นั้นครอบงำตลาดอีเมล์องค์กรส่วนใหญ่ เมื่อทางบริษัทได้เลือกเมล์เซิร์ฟเวอร์มาตัวหนึ่ง สิ่งที่สำคัญก็คือแต่ละแบรนด์นั้นไม่สามารถทำงานร่วมกับแบรนด์อื่นๆ ได้ ในฐานะของแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์ปฐมภูมิ เมล์เซิร์ฟเวอร์ที่แตกต่างกันจะมีช่องโหว่เฉพาะตัวที่รู้จักอยู่แล้วชุดหนึ่ง ซึ่งให้โอกาสกับแฮกเกอร์มากพอที่จะค้นหาจุดอ่อนในระบบได้ เมื่อสามารถระบุจุดอ่อนได้แล้ว แฮกเกอร์จะสามารถดึงข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในเมล์เซิร์ฟเวอร์ทั้งแรคได้ในชั่วพริบตา ในส่วนต่อไปจะกล่าวถึงช่องโหว่บางประเภทที่รู้จักกันทั่วไปภายในวัฏจักรของการแฮกกิ้งและอธิบายว่าแฮกเกอร์ สามารถหาประโยชน์จากช่องโหว่เหล่านี้ได้อย่างไร

 

 

 

 

 

 

ช่องโหว่ใน IMAP และ POP

 

แฮกเกอร์ค้นพบประเด็นปัญหามากมายที่อยู่ทั้งใน IMAP และ POP ที่นำมาใช้ได้ ประเด็นที่ว่านั้นเช่น การโจมตีดิกชั่นนารีสามารถทำให้มองเห็นอีเมล์สำคัญต่างๆ ที่เก็บอยู่ในเซิร์ฟเวอร์ IMAP และ POP โดยมีเครื่องมือนับไม่ถ้วนที่สามารถทำการโจมตีที่ว่านี้ได้ และด้วยการทำงานแบบกราฟิกทำให้เครื่องมือเหล่านี้ใช้งานได้ง่ายแม้แต่กับมือสมัครเล่น การใช้ค่าพาสเวิร์ดง่ายๆ เป็นจุดอ่อนที่พบเห็นได้ทั่วไปในโพรโตคอลเหล่านี้ องค์กรมากมายไม่ได้ให้การดูแลเพียงพอกับการตั้งค่าพาสเวิร์ด ยูสเซอร์จึงมักใช้พาสเวิร์ดที่ถอดรหัสได้ง่าย ในระยะหลังจึงได้มีการตระหนักถึงข้อบกพร่องที่อยู่ในเซอร์วิสหลายๆ ตัวทั้งของ IMAP และ POP ซึ่งหากทิ้งไว้จะเสี่ยงต่อการโจมตีแบบอื่นๆ ด้วยเช่น buffer overflows

 

 

การโจมตีแบบ Denial of Services (DoS)

 

 

Ping of death – การส่ง fragment ที่ผิดปกติ ซึ่งเริ่มก่อนส่วนสุดท้ายของแพ็คเกจ แต่ขยายส่วนสุดท้ายของแพ็คเกจออกไป

 

 

Syn Flood – ส่งแพ็คเกจ TCP SYN (ที่ใช้เริ่มต้นการเชื่อมต่อ) อย่างรวดเร็ว ปล่อยเครื่องที่ถูกโจมตีเกิดการเชื่อมต่อจำนวนมหาศาล และก่อนทำให้ทรัพยากรในระบบถูกใช้จนหมด แล้วค่อยเริ่มต้นปล่อยการเชื่อมโยงที่ถูกต้องทิ้งไป การป้องกันแบบใหม่ต่อเหตุการณ์นี้คือ “SYN cookies” แต่ละด้านของการเชื่อมจะมีหมายเลขลำดับของตัวเองอยู่ เพื่อที่จะตอบสนองต่อ SYN เครื่องที่ถูกโจมตีจะสร้างหมายเลขลำดับพิเศษขึ้นมาหนึ่งชุดซึ่งคือ คุกกี้ของการเชื่อมต่อ หลังจากนั้นก็ให้ ลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่มันรู้จักเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ ซึ่งมันสามารถเรียกคืนข้อมูลการเชื่อมต่อที่ลืมแล้ว เมื่อแพ็คเกจตัวต่อไปเข้ามาจากการเชื่อมต่อที่ได้รับอนุญาต

 

 

Loop- ส่งแพ็คเกจ SYN ปลอมให้พอร์ท/แอดเดรสของต้นทาง/ปลายทางเหมือนกันทำให้ระบบพยายามทำการเชื่อมต่อ TCP ให้สำเร็จจนต้องทำงานวนลูปไม่รู้จบ

 

 

 

 

 

 

ช่องโหว่ในการคอนฟิกกูเรชั่นระบบ

 

จุดอ่อนในการปรับตั้งค่าคอนฟิกกูเรชั่นระบบขององค์กรสามารถแบ่งออกได้เป็นหัวข้อดังนี้

 

ค่าคอนฟิกกูเรชั่นตั้งต้น- ระบบส่วนใหญ่ถูกส่งมอบให้กับลูกค้าพร้อมกับค่าคอนฟิกกูเรชั่นตั้งต้นพร้อมใช้งาน แต่โชคร้ายที่ พร้อมใช้งานนั้นหมายถึง พร้อมถูกโจมตีด้วยเหมือนกัน เครื่อง WinNT หรือ UNIX ที่ส่งมอบมาถูกโจมตีได้อย่างง่ายดายมาก

 

 

พาสเวิร์ด root พาสเวิร์ดตั้งต้นหรือไม่มีค่าพาสเวิร์ด น่าประหลาดใจที่เครื่องมากมายถูกคอนฟิกด้วยค่าพาสเวิร์ดผู้ดูแลระบบหรือที่เรียกว่า พาสเวิร์ด root (root password) สิ่งแรกที่ผู้บุกรุกเข้ามาในระบบทำบนเครือข่ายคือการสแกนเครื่องทั้งหมดหาเครื่องที่ไม่ได้เซตค่าพาสเวิร์ด

 

 

สร้างรูโหว่ โปรแกรมทั้งหมดสามารถปรับค่าคอนฟิกให้ทำงานในโหมดที่ไม่ปลอดภัยได้ซึ่งทิ้งรูโหว่ไว้ในระบบ ในบางครั้งผู้ดูแลระบบก็เปิดรูโหว่ไว้ในระบบอย่างไม่ตั้งใจ คำแนะนำสำหรับผู้ดูแลระบบส่วนใหญ่มักแนะนำให้ผู้ดูแลระบบปิดการใช้งานสิ่งใด
ก็ตามที่ไม่จำเป็นต้องใช้งานบนเครื่องเพื่อหลีกเลี่ยงรูโหว่ดังกล่าวโชคไม่ดีที่สิ่งเหล่านี้นั้น
พูดง่ายกว่าทำเนื่องจากผู้ดูแลระบบไม่ค่อยคุ้นเคยกับการยกเลิกเซอร์วิสพื้นฐานหลายตัว

 

 

การอาศัยประโยชน์จากซอฟต์แวร์

 

บั๊กในซอฟต์แวร์ถูกฉกฉวยประโยชน์ในดีมอนเซิร์ฟเวอร์, แอพพลิเคชันของยูสเซอร์ ระบบปฏิบัติการ และสแต็ค เครือข่าย บั๊กในซอฟต์แวร์สามารถแบ่งประเภทได้ตามลักษณะต่อไปนี้

 

 

บัฟเฟอร์โอเวอร์โฟลว์ - รูโหว่ความปลอดภัยที่คุณเคยได้อ่านตามหน้าหนังสือพิมพ์เกือบทั้งหมดเกิดเนื่องจากปัญหานี้ ตัวอย่างที่พบเห็นทั่วไปคือ โปรแกรมเมอร์ผู้ซึ่งกำหนดจำนวนตัวอักษรที่แน่นอนไว้สำหรับล็อคอินยูสเซอร์เนม แฮกเกอร์มองหาช่องโหว่ดังกล่าวแล้วส่งค่าสตริงที่ยาวกว่าที่กำหนดไว้ รวมทั้งโค๊ดที่จะถูกดำเนินการบนเซิร์ฟเวอร์ แฮกเกอร์จะค้นหาบั๊กเหล่านี้ในหลายๆ วิธี ก่อนอื่นคือที่ซอร์ตโค๊ดสำหรับเซอร์วิสต่างๆ ที่นำไปใช้บนเน็ต แฮกเกอร์จะสำรวจโค๊ดเหล่านี้เพื่อค้นหาโปรแกรมที่มีข้อจำกัดด้านบัฟเฟอร์ หลังจากนั้นก็จะตรวจสอบทุกที่ที่โปรแกรมนั้นรอรับค่าอินพุทและพยายามโอเวอร์โฟลว์มันด้วยข้อมูลสุ่ม หากโปรแกรมเกิดการแคลชขึ้น ก็จะกลายเป็นโอกาสที่อินพุทซึ่งจัดวางโครงสร้างไว้อย่างดีนั้นยอมให้แฮกเกอร์แอบเข้ามาในระบบได้

 

 

การรวมตัวกันในแบบที่คาดไม่ถึง - ตามปกติโปรแกรมจะถูกสร้างขึ้นโดยอาศัยเลเยอร์ของรหัสคำสั่งหลายๆ เลเยอร์ รวมทั้งระบบปฏิบัติการที่อยู่ล่างสุดของเลเยอร์ นักเจาะระบบสามารถส่งอินพุทที่อาจไม่มีความหมายต่อเลเยอร์หนึ่ง แต่กลับมีความหมายต่ออีกเลเยอร์หนึ่งเมื่อวางโครงสร้างไว้อย่างเหมาะสม

 

 

อินพุทที่ไม่สามารถรับค่าได้- โปรแกรมส่วนใหญ่ถูกเขียนขึ้นให้รองรับกับอินพุทที่ถูกต้อง แต่โปรแกรมเมอร์ส่วนใหญ่กลับไม่ค่อยคิดถึงเหตุการณ์ที่บางคนป้อนอินพุทที่ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดของระบบ

 

 

การฉกฉวยประโยชน์จากความผิดพลาดของมนุษย์

 

ระดับความรู้ของผู้ใช้อีเมล์หลายต่อหลายคนในองค์กรนั้นเป็นหนทางที่แฮกเกอร์ใช้เสาะหาประโยชน์จากประเด็นนี้
มาปรับปรุงในจุดที่ผู้ใช้อีเมล์ส่วนใหญ่มีความเข้าใจที่ผิดกับความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน คือ การไม่เปิดไฟล์ข้อมูลที่น่าสงสัยโดยเฉพาะไฟล์ .
exe ที่มาจากผู้ส่งที่ไม่รู้จักมาก่อน ซึ่งหมายความว่าแฮกเกอร์กำลังถูกกดดันให้ใช้ความพยายามมากขึ้นในการหักล้างความรู้ของผู้ใช้ในการรับอีเมล์

 

 

มีกรณีตัวอย่างมากมายที่แฮกเกอร์ใช้วิธีการที่ซับซ้อนในการทำให้ยูสเซอร์เปิดดูไฟล์ที่แนบมากับอีเมล์ดังวิธีการต่อไปนี้

 

 

ใช้นามสกุลซ้อนกัน ไวรัส Netsky, lovegate และ Klez มักฉกฉวยโอกาสจากช่องโหว่นี้ ไฟล์ที่ไม่น่าเชื่อถือจะมีนามสกุลซ้อนกันเช่น “filename.txt.exe” เพื่อหลอกให้ยูสเซอร์ใช้งานไฟล์ดังกล่าว Netsky จะเพิ่มเว้นวรรคระหว่างนามสกุลได้มากกว่า 100 เคาะ ทำให้เหยื่อมองไม่เห็นนามสกุลที่สอง บางครั้ง NetSky ยังใช้คำสั่งบนดอส “COM” ที่ท้ายของ string เพื่อให้ดูคล้ายเว็ปแอดเดรส .COM

 

 

ไฟล์ Zip ที่มีพาสเวิร์ดป้องกัน นักเขียนไวรัสจะเข้ารหัสไวรัสไว้ในไฟล์ zip ที่มีพาสเวิร์ดป้องกันไว้และส่งไฟล์ให้กับยูสเซอร์พร้อมกับพาสเวิร์ดในข้อความที่ส่งให้ เนื่องจากไฟล์ที่เข้ารหัสไว้จะไม่ถูกสแกนไวรัสทำให้ยูสเซอร์เข้าใจว่าเขาได้รับอีเมล์ที่ปลอดภัย โชคร้ายที่ส่วนใหญ่ข้อความที่ดูเหมือนเร่งด่วนและมาจากยูสเซอร์ที่น่าไว้ใจหลายต่อหลายครั้งมักนำเราไปสู่การเปิดไฟล์แนบที่ประสงค์ร้ายได้

 

 

ลูกเล่นแบบพื้นๆ แฮกเกอร์หลายคนได้ดึงค่าอีเมล์แอดเดรสจากเซิร์ฟเวอร์ LDAP และใส่ค่าอีเมล์ในช่อง “from” ด้วยชื่อที่เหยื่อจำได้และเปิดทั้งอีเมล์และไฟล์แนบ และหลอกให้เหยื่อเข้าไปที่เว็บไซด์ แท็คติกง่ายๆ อย่างการส่งอีเมล์ที่ขึ้นต้นด้วย “re:” หรือ “Re: re: re:” ทำให้เหยื่อตายใจว่าเป็นเมล์ที่มีการส่งต่อกันเป็นทอดๆ หรืออีกแท็คติกหนึ่งคือการใส่ศัพท์เทคนิกที่ทำให้เหยื่อเชื่อว่าระบบเมล์กำลังเกิดข้อผิดพลาด MyDoom ประสบความสำเร็จอย่างมากในการใช้แท็คติกนี้ ส่วนหนอน Bagle มักใช้ไอคอนของไฟล์ข้อความ, แฟ้มข้อมูล และไฟล์ excel ในการทำให้โปรแกรมเริ่มทำงานโดยหวังว่ายูสเซอร์จะไม่ตรวจสอบชื่อไฟล์อย่างละเอียด ส่วนหนอน Sober.D พยายามหลอกให้ยูสเซอร์เชื่อว่ามีไฟส์อัพเดตส่งมาจากไมโครซอฟต์เพื่อป้องกันหนอน MyDoom ข้อความเหล่านี้มักมีไฟล์แนบที่ประสงค์ร้ายที่ทำงานอยู่บนความเชื่อของผู้ใช้ที่ว่าข้อความนี้ถูกส่งมากจากแหล่งที่เชื่อถือได้

 

 

การแพร่ขยายอัตโนมัติ: ภารกิจใหม่ในการโจมตี

 

แฮกเกอร์นั้นมีความฉลาดรอบรู้มากขึ้น และไม่ได้ใช้วิธีธรรมดาๆ ในการเจาะเข้าไปในเครือข่ายอีกต่อไปด้วยการทำให้เซอร์วิสนั้นทำงานผิดพลาดและเสียหาย ขณะที่แฮกเกอร์ได้แพร่ไวรัสลงไปในเครือข่ายเล็กๆ ในตอนแรกได้ด้วยความสามารถของพวกเขา ตอนนี้เรากำลังได้เห็นการโจมตีด้วยโทรจันในการแพร่ไวรัสมากขึ้นเรื่อยๆ ไปยังคอมพิวเตอร์ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พร้อมทั้งมีความตั้งใจที่จะควบคุมเครื่องเหล่านี้ให้ทำตามความประสงค์ร้าย

 

 

Trojans

 

โทรจันเข้าในคอมพิวเตอร์ของเหยื่อโดยปราศจากการตรวจับโดยทั่วไปจะอยู่ในรูปของไฟล์แนบอีเมล์ที่น่าเชื่อถือ เมื่อใดที่โทรจันถูกเปิดโดยผู้รับเมล์โดยปราศจากความสงสัย นักโจมตีระบบก็จะสามารถเข้าถึงขัอมูลที่เก็บอยู่ในเครื่องที่ไม่ได้จำกัดสิทธ์ผู้ใช้ โทรจันสามารถอยู่ในรูปโปรแกรมที่ทำงานซ่อนอยู่ในคอมพิวเตอร์ หรือซ่อนตัวอยู่ในโปรแกรมที่ถูกต้องปลอดภัย หมายความว่าเป็นโปรแกรมที่ยูสเซอร์ไว้ใจการทำงานของฟังก์ชั่นต่างๆ ที่มี ตารางต่อไปนี้แสดงให้เห็นถึงประเภทของโทรจันที่เป็นที่นิยมมากที่สุดที่แฮกเกอร์นำมาใช้งาน

 

 

การกระจายไวรัสด้วยโทรจัน

 

การโจมตีลูกผสมที่ใช้ทั้งโทรจันและไวรัสได้รับความนิยมมากขึ้นทุกที ตัวอย่างเช่นกรณีของไวรัส Nimba ที่นำหลากหลายวิธีการมาใช้แพร่กระจายตัวเองและจัดการกับซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสโดยใช้พฤติกรรมที่ไม่เหมือนกับไวรัสทั่วไป Nimba อาศัยช่องโหว่ใน MIME header และทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วโลกมากกว่า 8.3 ล้านเครื่องติดเชื้อ

 

 

การโจมตีที่ซับซ้อนมากขึ้นทุกทีนี้มาจากไวรัสที่มี SMTP engine ของตนเอง (เช่น MyDoom, Bagle.G, NetSky) การที่มี SMTP engine ในตัวนี้ทำให้ไวรัสสามารถหลีกเลี่ยงการใช้ MAPI ได้ ซึ่งทำให้ตัวมันแยกตัวเองออกจากการปรับตั้งคอนฟิกกูเรชั่นและตัวสแกนไวรัสของผู้ใช้อีเมล์ที่อาจติดตั้งอยู่ภายใน

 

สภาวการณ์ของการแฮกกิ้งทั่วไป (Typical Hacking Scenario)

 

ขณะที่การโจมตีของแฮกเกอร์เกือบทั้งหมดแตกต่างกัน ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นแนวทางบ่งบอกว่าสิ่งใดบ้านที่ถูกเรียกว่าเป็นสภาวการณ์ทั่วไปของการโจมตี จำไว้ว่าการโจมตีที่องค์กรคุณเจออยู่นั้นอาจดูแตกต่างจากแนวทางด้านล่างนี้ ซึ่งวิธีการต่างๆ ที่ใช้ในการโจมตีมักมีการเปลี่ยนแปลงไปให้ทันกับเทคนิคที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัย

 

 

ขั้นตอนที่ 1: สำรวจข้อมูลภายนอกองค์กร

 

 

นักเจาะระบบจะพยายามหาข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้โดยไม่เปิดเผยตนเอง พวกเขาจะดำเนินการโดยสืบค้นข้อมูลที่เปิดเผยให้สาธารณะหรือโดยแสดงตัวเป็นยูสเซอร์ทั่วไป ในขั้นตอนนี้ คุณจะไม่สามารถตรวจหาพวกเขาเจอ นักเจาะระบบจะค้นหาว่าใครเป็นใครและสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายคุณเท่าที่จะเป็นได้ตามที่ได้ลงทะเบียนชื่อโดเมนไว้ นักเจาะระบบอาจจะเข้าไปดู DNS table ของคุณโดยใช้ ‘nslookup’, ‘dig’ หรือโปรแกรมยูทิลิตี้อื่นๆ ที่ไว้ใช้โอนย้ายข้อมูลโดเมน) เพื่อหารายชื่อเครื่องของคุณ หลังจากนั้นพวกเขาจะสืบค้นข้อมูลสาธารณะอื่นๆ เช่นเว็บไซต์สาธารณะและ FTP ไซด์ที่ซ่อนอยู่ นักเจาะระบบอาจค้นหาบทความข่าวสารและสิ่งตีพิมพ์ต่างๆ เกี่ยวกับบริษัทคุณ

 

 

นอกจากนั้นนักโจมตีหลายคนจะวางขั้นตอนของ social engineering เพื่อพยายามสำรวจข้อมูลด้านนอก ยกตัวอย่างเช่น นักโจมตีอาจโทรหาพนักงานคนหนึ่งทางโทรศัพท์โดยวางตัวเป็นสมาชิกในหน่วยงานไอที หลังจากนั้นนักโจมตีอาจจะร้องขอข้อมูลส่วนตัวจากพนักงานที่ไม่ระมัดระวังตัวเป็นต้นว่า ชื่อยูสเซอร์และพาสเวิร์ด โชคร้ายที่เมื่อแสดงหลักฐานว่าได้รับอนุญาตก็มีพนักงานหลายคนกลับให้ข้อมูลตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตน ที่ผลักดันให้องค์กรตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างมาก

 

 

ขั้นตอนที่ 2: สำรวจข้อมูลภายในองค์กร

 

 

ขั้นตอนนี้นักเจาะระบบต้องใช้เทคนิคในการเจาะระบบที่ซับซ้อนมากขึ้นในการสแกนหาข้อมูล แต่ยังไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหาแปอแยใดๆ ต่อระบบ พวกเขาอาจทำการกวาดปิงไปทั่วเพื่อดูว่ามีเครื่องใดบ้างที่เปิดทำงานอยู่ พวกเขาอาจสแกน UDP/TCP ไปยังเครื่องเป้าหมายเพื่อดูว่ามีเครื่องใดบ้างที่ใช้ได้ หรืออาจจะรันโปรแกรมยูทิลิตี้อย่าง “rcpinfo”, “showmount” หรือ “snmpwalk” เพื่อที่หาว่ามีข้อมูลใดบ้างที่นำมาใช้ได้ แฮกเกอร์ยังส่งอีเมล์ไปยังยูสเซอร์ปลอมแล้วรอรับข้อความแจ้งผิดพลาดเพื่อดูว่ามี hop กี่ตัวที่อยู่ในระบบเมล์ ที่ในโครงสร้างพื้นฐานบริษัทได้ตรวจสอบอีเมล์ขาเข้า และข้อมูลอื่นๆที่สามารถรวบรวมได้จากหัวข้อเรื่องของอีเมล์ ณ จุดนี้ นักเจาะระบบแค่ทำในสิ่งที่เป็นกิจกรรมตามปกติบนเครือข่าย และยังไม่ได้ทำในสิ่งใดที่เรียกว่าเป็นการ เจาะระบบ

 

 

ขั้นตอนที่ 3: ฉกฉวยโอกาส

 

 

ถึงจุดนี้ นักเจาะระบบได้ก้าวล้ำเส้นเข้ามาและเริ่มต้นฉกฉวยประโยชน์จากรูโหว่ที่เป็นไปได้ในเครื่องเป้าหมาย นักเจาะระบบอาจพยายามใช้ประโยชน์จากรูโหว่ที่รู้จักกันดีในชื่อ บัฟเฟอร์โอเวอร์โฟล์ว (buffer overflow) โดยการส่งข้อมูลจำนวนมหาศาล หรืออาจเริ่มตรวจแอคเคาท์ล๊อคอินด้วยพาสเวิร์ดที่เดาได้ง่ายๆ (หรือไม่ใส่ค่าเลย) ในขั้นตอนนี้ แฮกเกอร์อาจเจาะเข้าไปได้หลายๆ ชั้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงแอคเคาท์ยูสเซอร์หนึ่งได้ พวกเขาก็จะพยายามฉวยโอก